Phapada's Blog

Cataloguing Librarian, Srinakharinwirot University

หัวเรื่องและการกำหนดหัวเรื่อง

Posted by phapada on 11/01/2016

หัวเรื่อง
หัวเรื่อง คือ คำ หรือ วลี (กลุ่มคำ) ที่กำหนดขึ้นใช้แทนเนื้อเรื่องของหนังสือหรือสิ่งพิมพ์อื่น ๆ เพื่อใช้เป็นเครื่องชี้นำไปยังเนื้อหาสาระที่แท้จริงของสิ่งพิมพ์ และวัสดุการศึกษาดังกล่าวแล้วทุกชนิดที่มีเนื้อเรื่องอย่างเดียวกัน (ทองหยด ประทุมวงศ์.  2521)

หัวเรื่อง คือ คำหรือวลี ซึ่งใช้แทนเนื้อเรื่องของหนังสือแต่ละเล่ม หัวเรื่องส่วนมากเป็นคำที่สั้น ได้ใจความ และมีความหมายเฉพาะอย่างเด่นชัด (สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย.  2525)

ประเภทของหัวเรื่อง
หัวเรื่องแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้ (ทองหยด ประทุมวงศ์. 2521)
1. หัวเรื่องใหญ่ (Main heading) ได้แก่ หัวเรื่องที่กำหนดขึ้น ใช้แทนเนื้อเรื่องของสิ่งพิมพ์ หรือวัสดุการศึกษาอื่น ๆ อย่างกว้าง ๆ หรือ เฉพาะเรื่อง เช่น กฎหมายการศึกษา ธนาคารและการธนาคาร บ้านกับโรงเรียน วิทยาศาสตร์ ฯลฯ หัวเรื่องประเภทนี้ใช้ตามลำพังได้ทุกหัวเรื่อง หรืออาจใช้ประกอบกับหัวเรื่องย่อย โดยใช้หัวเรื่องย่อยตามหลังมีเครื่องหมาย – (ขีด) คั่นกลาง เช่น การศึกษา- -พจนานุกรม

2. หัวเรื่องย่อย (Subdivision or subheading) เป็นหัวเรื่องที่กำหนดขึ้นใช้ตามหลังหัวเรื่องใหญ่ เพื่อกำหนดขอบเขตหรือความหมายของหัวเรื่องใหญ่ให้เฉพาะเจาะจงลงไปตามวิธีเขียนหรือรูปแบบอื่น ๆ ของเนื้อเรื่อง หรือ แสดงแง่มุมที่เฉพาะเจาะจงของเนื้อเรื่องนั้น ๆ เช่น คำถามและคำตอบ ประวัติ พจนานุกรม ฯลฯ หัวเรื่องย่อยจะใช้ตามลำพังไม่ได้ ต้องประกอบกับหัวเรื่องใหญ่ดังกล่าว ยกเว้น หัวเรื่องย่อยบางหัวเรื่อง ใช้เป็นหัวเรื่องใหญ่ได้ด้วย

ประเภทของหัวเรื่องย่อย
หอสมุดรัฐสภาอเมริกัน (Library of Congress) ได้แบ่งหัวเรื่องย่อยเป็น 4 ประเภท ดังนี้
1. Topical Subdivisions หัวเรื่องย่อยที่บอกลักษณะเป็นเรื่องเฉพาะ จะใช้ตามหลังหัวเรื่องใหญ่ เพื่อจำกัดขอบเขตของเนื้อหาให้เฉพาะเจาะจงยิ่งขึ้น เช่น
Invalids- -Recreation.
Locomotives- – Dynamics.

2. Form Subdivisions หัวเรื่องย่อยที่บอกลักษณะรูปแบบของหนังสือ เช่น
English language- – Dictionaries.
English literature- – Periodicals.

3. Period Subdivisions หัวเรื่องย่อยที่บอกช่วงเวลา หรือลำดับเหตุการณ์ ซึ่งมักจะใช้ตามหลังชื่อประเทศ หรือ
หัวเรื่องเฉพาะ เช่น
Philosophy–France–18th century.
Aeronautics- – Early works to 1900.

4. Local Subdivisions หัวเรื่องย่อยที่บอกภูมิภาค หรือ เขตการปกครอง หรือ ลักษณะทางภูมิศาสตร์ ซึ่งมักจะเป็นชื่อเมือง ประเทศ ทวีป และชื่อบริเวณพื้นที่ทางภูมิศาสตร์

สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย (2525) แบ่งหัวเรื่องย่อยออกเป็นหลายประเภท ดังนี้
1. แบ่งโดยใช้หัวเรื่องย่อยตามหลังหัวเรื่องใหญ่หรือหัวเรื่องเฉพาะ เพื่อแสดงรูปแบบของการเขียนหรือลักษณะของหนังสือ โดยมีเครื่องหมาย – (ขีด) คั่นกลาง เช่น
วิทยาศาสตร์- – ประวัติ
ศาสนา –- พจนานุกรม
การใช้หัวเรื่องย่อยเหล่านี้ผู้ใช้ต้องพิจารณาเลือกหัวเรื่องย่อยให้ตรงกับเนื้อหา หรือวิธีเขียนของหนังสือแต่ละเล่ม อย่างไรก็ตามหัวเรื่องย่อยที่กล่าวมานี้ บางหัวเรื่องก็เป็นได้ทั้งหัวเรื่องใหญ่ และหัวเรื่องย่อย เช่น กวีนิพนธ์ ความเรียง ชีวประวัติ นวนิยาย บรรณานุกรม วิจัย สถิติ เป็นต้น

2. แบ่งตามยุคสมัยหรือลำดับเหตุการณ์ หรือระยะเวลา การแบ่งตามวิธีนี้ ส่วนใหญ่ใช้สำหรับหัวเรื่องทางประวัติศาสตร์ของประเทศหรือภูมิภาคต่าง ๆ หรือหัวเรื่องใหญ่ หรือ หัวเรื่องเฉพาะอื่น ๆ ที่มีความสำคัญในแง่ยุคสมัยหรือเหตุการณ์ เช่น
ไทย – – ประวัติศาสตร์ – – สมัยแรกเริ่มก่อน พ.ศ. 1800
กฎหมาย – – ไทย – – กรุงสุโขทัย
กฎหมาย – – ไทย – – กรุงศรีอยุธยา

3. แบ่งตามชื่อภูมิศาสตร์ หรืออาจเรียกว่า แบ่งตามประเทศก็ได้ การแบ่งหัวเรื่องตามวิธีนี้ คือ การใช้ชื่อภูมิศาสตร์ ชื่อประเทศ ชื่อเมือง ตามหลังหัวเรื่องใหญ่ หรือ หัวเรื่องเฉพาะที่กำหนดให้ เช่น หัวเรื่อง การรำ มีคำอธิบายว่า แบ่งตามชื่อภูมิศาสตร์ ใช้ชื่อประทศตามหลัง ดังนั้น ถ้าเป็นหนังสือเกี่ยวกับการรำไทย ก็ให้หัวเรื่อง ดังนี้
การรำ- -ไทย หรือหัวเรื่อง การศึกษา ก็มีคำอธิบายบอกให้แบ่งตามชื่อภูมิศาสตร์ ใช้ชื่อประเทศตามหลัง ถ้าเป็นหนังสือที่กล่าวถึง การศึกษาของสหรัฐอเมริกา ก็ให้หัวเรื่อง การศึกษา- – สหรัฐอเมริกา เป็นต้น

4. แบ่งหัวเรื่องภูมิศาสตร์ออกไปตามหัวเรื่องใหญ่หรือหัวเรื่องเฉพาะ การแบ่งหัวเรื่องตามวิธีนี้ คือ ใช้หัวเรื่องใหญ่ หรือหัวเรื่องเฉพาะตามหลังภูมิภาค ชื่อประเทศ ชื่อเมืองที่กำหนดให้ เช่น หัวเรื่อง ความเป็นอยู่และประเพณี มีคำอธิบายไว้ว่า ใช้กับขนบธรรมเนียมประเพณีของหลาย ๆ ประเทศ ถ้าเป็นของประเทศใดประเทศหนึ่งให้ใช้ตามหลังชื่อประเทศ เช่น
ไทย – – ความเป็นอยู่และประเพณี
ญี่ปุ่น – – ความเป็นอยู่และประเพณี           เป็นต้น

5. แบ่งโดยใช้หัวเรื่องย่อยเฉพาะภาษาตามหลังชื่อเฉพาะของภาษาต่าง ๆ เช่น ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน เป็นต้น
เช่น ภาษาไทย – – ภาษาถิ่น

พวา พันธุ์เมฆา (2537 ได้แบ่งหัวเรื่องย่อยออกเป็นลักษณะต่าง ๆ ดังนี้
1. หัวเรื่องย่อยที่เป็นข้อความบอกลักษณะของเนื้อหาว่าเป็นอย่างไร เช่น
คณิตศาสตร์ – การศึกษาและการสอน
บ้านห้องชุด – – การอนุรักษ์พลังงาน
ประชากรศาสตร์ – บรรณานุกรม

2. หัวเรื่องย่อยตามหลังชื่อประเทศ กล่าวคือ ประเทศแต่ละประเทศมีกิจการเกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกประเทศหลายด้าน จึงจำเป็นต้องมีหัวเรื่องที่เกี่ยวข้องนั้น ๆ เช่น
เวียดนาม – – การเมืองและการปกครอง
อังกฤษ- – ภาวะเศรษฐกิจ
อิตาลี – – ภูมิอากาศ

3. หัวเรื่องย่อยที่เป็นชื่อประเทศ ภูมิภาค กล่าวคือ ชื่อของประเทศ หรือ ส่วนภูมิภาคต่าง ๆ ในโลก สามารถใช้เป็นหัวเรื่องย่อยนำไปขยายหัวเรื่องใหญ่อื่นๆ เพื่อให้ทราบว่าเป็นประเทศใด
หัวเรื่องใหญ่ ที่จะขยายด้วยชื่อประเทศนั้นต้องเป็นหัวเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสิ่งซึ่งต่างท้องถิ่นกันออกไปก็จะไม่เหมือนกัน เช่น กฎหมายของไทยก็จะมีลักษณะเฉพาะเป็นของไทย กฎหมายชาติอื่นก็ย่อมแตกต่างไปจากของไทย ดังนั้น กฎหมายจึงขยายด้วยชื่อประเทศก็ได้ เช่น กฎหมาย – -ไทย

4. หัวเรื่องย่อยที่ใช้ตามหลังภาษา เรื่องราวเกี่ยวกับภาษาใดภาษาหนึ่ง เราจะใช้ชื่อของภาษานั้นเป็นหัวเรื่อง เช่น ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และ หนังสือนั้นกล่าวถึงแง่มุมใดของภาษา ก็ใช้หัวเรื่องย่อยตามหลังด้วย เช่น
ภาษาไทย- -การเขียน
ภาษาไทย – -แบบเรียน
ภาษาไทย – -สำนวนโวหาร

ความสำคัญของหัวเรื่อง
ชีราและอีแกน (Shera and Egan. 1956 : 10) ได้สรุปความสำคัญของหัวเรื่อง ดังนี้
1. เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ห้องสมุดได้เข้าถึงเนื้อหาของหนังสือหรือวัสดุตามที่ต้องการ
2. เพื่อช่วยให้การค้นคว้าเอกสารต่างๆ เป็นไปตามวิธีการที่ถูกต้อง ตรงตามจุดมุ่งหมาย
3. เพื่อเป็นการนำเอาวัสดุที่มีเนื้อหาเดียวกันมาอยู่รวมกัน โดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างของคำที่ใช้ ภาษา และลักษณะของเนื้อหาที่เปลี่ยนแปลงไปในแง่ต่างๆ
4. เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเกี่ยวพันระหว่างวิชาที่อยู่ในสาขาเดียวกัน ความเกี่ยวพัน อาจขึ้นอยู่กับเนื้อหา วิธีการ แง่ความคิด หรือการนำความรู้ใปใช้
5. เพื่อแสดงให้เห็นถึงเนื้อเรื่องในหมวดวิชาใดวิชาหนึ่ง จากเนื้อเรื่องทั่วๆ ไป จนถึงเนื้อเรื่องที่เฉพาะเจาะจง
6. เพื่อเสนอคำศัพท์ ทั้งที่เป็นคำธรรมดาทั่วไป และศัพท์เฉพาะวิชา
7. เพื่อบอกให้ทราบถึงเนื้อหาวิชาในรูปของบรรณานุกรม โดยใช้คำทั่วไป คำศัพท์เฉพาะ ในรูปคำ วลี เลขหมู่ สัญลักษณ์
8. เพื่อเป็นเครื่องมือแก่ผู้ใช้ห้องสมุด ที่จะตัดสินใจเลือกหัวเรื่องจากรายการที่มีอยู่ เพื่อให้ได้รายการเฉพาะที่ต้องการ โดยมีเกณฑ์ต่าง ๆ เช่น ละเอียดที่สุด ทันสมัยที่สุด หรือเป็นการเริ่มต้นที่จะค้นคว้า เป็นต้น

หลักเกณฑ์ในการกำหนดหัวเรื่อง
การกำหนดหัวเรื่องต้องพิจารณาถึงขนาดและประเภทของห้องสมุด นอกจากนั้นเฮย์กิน ได้สรุปหลักเกณฑ์ในการกำหนดหัวเรื่องไว้ดังนี้ (Wynar. 1972 : 267 citing Haykin.  1951 : 7-11)
1. พิจารณาถึงผู้ใช้ (The Reader as the Focus) ว่าผู้ใช้ห้องสมุดเป็นใคร เพื่อที่จะได้เลือกหัวเรื่องให้เหมาะสมกับระดับความรู้ ความต้องการของผู้ใช้ส่วนใหญ่
2. ความเป็นอันหนึ่งเดียวกันของหัวเรื่อง (Unity) หนังสือหรือวัสดุที่มีเนื้อเรื่องอย่างเดียวกัน ควรอยู่ภายใต้หัวเรื่องเดียวกัน บรรณารักษ์ควรจะเอาใจใส่กับคำที่เลือกใช้แล้ว และใช้คำๆ นั้นเป็นหัวเรื่องเสมอ เมื่อมีหนังสือที่มีเนื้อหาทำนองเดียวกันเข้าห้องสมุด และคำที่เลือกใช้นั้นไม่ควรเป็นคำที่กำกวม หรือคำที่มีความหมายคลุมเครือ
3. ภาษาที่กำหนดเป็นหัวเรื่อง (Usage) คำที่จะใช้เป็นหัวเรื่องควรจะเป็นคำที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน ทั้งนี้ต้องพิจารณาถึงผู้ใช้ห้องสมุดด้วยการที่จะเลือกคำที่นิยมใช้ทั่วๆ ไป หรือ คำศัพท์เฉพาะ ต้องพิจารณาว่าจะให้บริการแก่ใคร ถ้าบริการแก่คนทั่ว ๆ ไปก็เลือกใช้คำที่นิยมกันมากกว่าจะเลือกคำศัพท์เฉพาะ
4. ความเฉพาะเจาะจงของหัวเรื่อง (Specificity) หัวเรื่องที่ใช้ควรจะมีความหมายในตัว อย่างเฉพาะเจาะจง และครอบคลุมเนื้อหาของหนังสือ ไม่ควรเลือกใช้หัวเรื่องกว้าง ๆ เพื่อจะให้คลุมเนื้อหาของหนังสือ แต่ควรจะให้หัวเรื่องที่เฉพาะเจาะจงมากกว่าหนึ่งหัวเรื่อง เพื่อให้ครอบคลุมเนื้อหาของหนังสือ

ลักษณะคำที่กำหนดใช้เป็นหัวเรื่อง
คำหรือกลุ่มคำที่กำหนดใช้เป็นหัวเรื่องได้ควรมีลักษณะ ดังนี้
1. คำนามที่เป็นคำเดียว เช่น กฎหมาย การศึกษา ดนตรี ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ มะม่วง แมว เสือ องุ่น ฯลฯ
2. คำนามสองคำเชื่อมกันด้วยคำสันธาน “กับ” “และ” เช่น ธรรมะกับชีวิตประจำวัน พุทธศาสนากับการศึกษา
สตรีกับสิ่งแวดล้อม การเจียระไนและการขัด ฯลฯ
3. กลุ่มคำ แบ่งได้ดังนี้
3.1 คำที่เป็นกลุ่มคำนำมาเรียบเรียงเป็นข้อความได้ใจความชัดเจน เช่น กายภาพบำบัดสำหรับเด็ก
ผลิตผลจากป่า อาหารในวรรณคดี ฯลฯ
3.2 กลุ่มคำ ซึ่งย้ายคำที่ต้องการเน้นมาไว้ข้างหน้า เพื่อให้เนื้อหาหรือเรื่องที่สัมพันธ์กันไว้ด้วยกัน เช่น
การศึกษา – -ค่าใช้จ่าย
ธาตุ – -การวิเคราะห์
อาหาร – -การขนส่ง ฯลฯ
นอกจากนี้คำนามที่เป็นวิสามานยนาม และ สามานยนาม กำหนดใช้เป็นหัวเรื่องได้
วิสามานยนาม ได้แก่ ชื่อบุคคล ชื่อสถาบัน ชื่อสถานที่ ชื่อพิธี และชื่อวันสำคัญต่าง ๆ ฯลฯ
สามานยาม ได้แก่ ชื่อสัตว์ ชื่อต้นไม้ ชื่อโรค ชื่อกีฬา ชื่อเครื่องดนตรี ชื่อแร่ธาตุ ฯลฯ

บรรณานุกรม
ทองหยด ประทุมวงศ์.  (2521).  หัวเรื่องสำหรับหนังสือภาษาไทย ของห้องสมุดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
กรุงเทพฯ : สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
พวา พันธุ์เมฆา. (2537).  การกำหนดหัวเรื่องและบัญชีหัวเรื่องภาษาไทยพร้อมด้วยเลขหมู่ระบบทศนิยม
ของดิวอี้.  กรุงเทพฯ : ภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย.  (2525).  หัวเรื่องสำหรับหนังสือภาษาไทย : ฉบับแก้ไขปรับปรุงใหม่.
พิมพ์ครั้งที่ 4.  กรุงเทพฯ : สมาคมฯ.
Library of Congress. Subject Cataloging Division.  (1980).  Library of Congress Subject
Headings
.  9th ed.  Washington : Library of Congress.
Wynar, Bohdan S.  (1972).  Introduction to Cataloguing and Classification.  4th ed.
Littleton, Colo. : Library Unlimited.

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: